ทริค 10 ข้อเพื่อการท่องเที่ยวแบบ ฮิปๆ คูลๆ รักษ์โลกๆ

รู้มั้ยครับว่าการท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แค่ในเวลา 15 ปี จากข้อมูล (UNWTO’s 2016 report here) พบว่าตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2015 จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มเป็นสองเท่า และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ … มันดีมั้ยกับเศรษฐกิจโลก ดีสิ ไม่น่าถาม โดยเฉพาะกับประเทศไทยที่รายได้มาจากการท่องเที่ยวเยอะๆแบบประเทศไทยนี่แหละ (และถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ที่โรค Covid-19 กำลังระบาด หลายๆ ฝ่ายก็กลัวว่าจะทำให้การท่องเที่ยวหด เศรษฐกิจประเทศและของโลกนี้หดตัวไปด้วย จะเห็นว่าภาคการท่องเที่ยวนี่ใหญ่มากจริงๆครับ) แต่การท่องเที่ยวก็มีด้านที่ไม่ดีคือมันเป็นการเพิ่มปริมาณการบริโภค โดยเฉพาะการบริโภคแบบใช้ครั้งเดียวหรือใช้แล้วทิ้ง แล้วยังทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอีกหลายๆ ด้านเช่น ปัญหาขยะตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อีกด้วย

พวกเราในฐานะคนๆ นึงน่าจะทำอะไรได้เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบนี้ ซึ่งจริงๆ ทำได้ง่ายมาก มาช่วยกันทำให้การเที่ยวของเราในทริปหน้านี้ช่วยโลกของเราได้บ้าง… มาๆๆ มาเริ่มกันๆ ถึงจะทำไม่ได้ทั้งหมดทุกข้อใน 10 ข้อนี้ในทุกทริปแต่ถ้าเราช่วยกัน โลกใบนี้และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ น่าจะอยู่กับเราได้นานขึ้น

เห็นแบบนี้… ก็รักษ์โลกเป็นนะจ๊ะ…

whereami.world

ข้อที่ 0. “ไม่ต้องเที่ยว” 5555

เอ่อ… ข้อแรกก็แบบนี้แหละ ไม่ต้องเที่ยวให้เปลืองตัง เปลืองน้ำมัน และทำลายโลกนะครับ อยู่บ้านดูซีรีส์วนไป (เหมือนกับตอนนี้ที่เราอยู่บ้านกันไม่ได้ไปเที่ยวไหนเพราะ covid-19 pandemic) อันนี้มันมีหลักการนะ ไม่ใช่มั่ว… คือการไม่เที่ยวทำให้ลดปริมาณการบริโภคลงชัดเจนมาก และเรายังสามารถเก็บวันลาของเราไว้จะได้เที่ยวยาวๆ ได้ ซึ่งการเที่ยวยาวๆ ครั้งเดียวจะประหยัดพลังงานของโลกมากกว่าเที่ยวหลายๆ รอบด้วยจำนวนวันเท่าๆ กันครับ (ไม่ได้ประหยัดพลังงานของโลกอย่างเดียวนะ ประหยัดเงินในกระเป๋าของเราด้วยแหละ) ฉะนั้นแพลนทริปยาวๆ ขอลายาวๆ ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีกันเลยเด้อออ

อ่อ แต่ถ้าอยากเที่ยวจริงๆ และเวลาไม่อำนวยเรายังมีการท่องเที่ยวผ่าน facebook youtube ต่างๆ นาๆ ให้เลือกสรรได้ตามใจชอบ 555555+


ข้อที่ 1. พกแก้วน้ำและขวดน้ำไปเอง

อันนี้ง่ายมาก… เชื่อว่าแทบทุกคนทีแก้วน้ำแบบพกพาที่บ้าน… พกไปด้วยจ้าาาาาา ทั้งนี้ร้อยละ 80 ของแก้วน้ำแบบพกพาจะนอนอยู่ในตู้ที่บ้าน แล้วจะซื้อมาเพื่อออออ??? พกไปนะเอาไว้กรอกน้ำจากโรงแรมเอาไปเที่ยวได้ เวลาซื้อน้ำปั่น น้ำอะไรต่างๆ ก็ยื่นให้เค้าใส่แก้วนี้นะ ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ จริงมั้ย???


ข้อที่ 2. งดใช้ถุงพลาสติก ใช้กระเป๋าเป้ไปเวลาเที่ยว

นึกถึงสมัยเรียนที่แบกเป้ไปได้ทุกที่ ทำไมตอนนี้ถึงไม่แบกกกก ในเป้นะสามารถใส่ของได้เยอะมาก แว่น แก้วน้ำพกพา โลชั่นทามือ Gelล้างมือ กันแดด กล้อง ถุงผ้าใส่ของ ใส่ไว้เลยนะ ได้ใช้แน่นอน เวลาซื้อของอะไรก็ยัดใส่เป้ไว้ ถ้าเป้ไม่พอก็เอาถุงผ้าออกมาใส่ได้อีกนะ เป้แนวๆ สวยๆ มีเยอะมากไปซื้อมาใช้กันเลย


ข้อที่ 3. ไม่เอาของที่ไม่จำเป็นไปเที่ยวด้วย

เหนื่อยมั้ยกับการแพคของเยอะๆ ก่อนไปเที่ยว คิดว่าจะใส่ชุดไหนดีจะได้ถ่ายรูปสวยๆ ในแต่ละวัน แต่ละสถานที่ และบางทีก็จบลงด้วยการเอาชุดไปเผื่อๆ เผื่อได้ใช้ เอาของไปเกินๆ ไว้ก่อน พร้อมกับคิดในใจว่าเราซื้อน้ำหนักมาแล้ว โหลดๆ ไปเหอะ ช่างมัน รู้นะว่าหลายคนคิดแบบนี้…. ผมก็เช่นกัน 5555

แต่การเอาของไปเผื่อแบบนี้เป็นการเพิ่มน้ำหนักโดยไม่จำเป็น ต้องลากกระเป๋าหนักๆแบบนี้ เลยจบด้วยกินของหวานอ้วนไปอีก เอาขึ้นรถก็เปลืองน้ำมันเพราะมันหนัก เครื่องบินก็ต้องใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น… พอของเยอะลากกระเป๋าไปรถใต้ดินไม่ไหวก็ต้องเรียกแท็กซี่อีก พอกลับมาถึงบ้าน ไอ้เสื้อผ้าที่ขนไปแต่ไม่ได้ใช้ก็ถูกโยนลงตะกร้าผ้าเตรียมซักด้วยข้อหา “อยู่ร่วมกับเสื้อผ้าใช้แล้ว” ฉะนั้นไปโดนซักซะดีๆ เปลืองน้ำ เปลืองผงซักฟอกไปอีก เมื่อคิดได้ดังนี้แล้วจงแพคของเท่าที่จำเป็นนะจ๊ะๆ

อะ…. รู้ๆ ทุกคนกำลังคิดว่า…. “พูดง่าย แต่ทำยาก” …. ลองเริ่มแบบนี้นะ… ถ้าเดินทาง 2-3 คนให้ซื้อตั๋ว lowcost airline แบบไม่มีน้ำหนักกระเป๋าโหลดแล้วพยายามแบ่งของกันเอาไป จะได้ไม่ต้องเอาไปซ้ำๆกันหลายคน เช่น ขนมให้น้องAขนไป อุปกรณ์กล้องให้น้องBขนไป ไรงี้ แบ่งกันแพค พยายามให้เอาของไปซ้ำซ้อนกันน้อยที่สุด ทีนี้แต่ละคนก็จัดของส่วนตัวของตัวเองให้น้อยๆ แล้วก็ซื้อน้ำหนักกระเป๋าโหลดเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องซื้อทุกคน เนี่ยๆ รักษ์โลก และประหยัดเงินด้วยยยย


ข้อที่ 4. เลือกการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การบินเป็นวิธีการเดินทางที่ “ไม่” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด ใช้พลังงานในการบินเยอะมากและมีปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อผู้โดยสารเยอะที่สุดเมื่อเทียบกับการเดินทางแบบอื่นๆ ดังนั้นถ้าเลือกได้อย่าบินครับ เลือกใช้รถไฟหรือรถบัสจะดีที่สุด!! ข้อดีของการเดินทางโดยรถหรือรถไฟแบบนี้ก็คือเราจะเห็นวิวข้างทางสวยๆ ๆไปด้วย นอนบนรถไฟไปเลยครับ สำหรับคนนอนหลับยากลองหาที่อุดหูและแผ่นปิดตาไปด้วยจะได้นอนหลับ แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ต้องบินจริงๆ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ (เช่นเวลาน้อย สถานที่มันไกลมาก ไรงี้) ทำตามนี้นะแล้วจะรักษ์โลก

  • ใช้ low-cost หรือ budget airline เหตุผลคือสายการบินแบบนี้จะใช้ทรัพยากรต่อผู้โดยสารน้อยที่สุด เพราะเค้าต้องประหยัดงัย ไม่งั้นก็จะมาขายตั๋วถูกๆ ให้เราไม่ได้งี้ ที่แคบๆ อาหารไม่มีให้ อะไรก็ไม่มีให้สักอย่าง ประหยัดมั้ยล่ะ 5555
  • อย่าบิน Business หรือ First Class เพราะว่ามันแพง!…. ไม่ใช่ๆ จริงๆ แล้วเพราะว่าที่นั่ง Business / First Class จะกว้างกว่าปกติ จะมีนู่นนี่นั่นให้เราเยอะกว่าปกติ กินหรู อยู่แพงไรงี้ สิ้นเปลือง… แต่ๆ เอาจริงผมก็อยากนั่ง Business บ้างนะ บางทีเดินทางไกลๆ ก็อยากนอน flatbed ไรงี้ เอาเป็นว่าไม่ต้องบ่อยละกัน… เอาจริงๆ คือมันเปลืองตังครับ!!!
  • ให้เลือกบินตรง ไม่ต้องต่อ flight ก็นะถ้าบินขึ้นๆ ลงๆ มันเสียทรัพยากร เปลืองน้ำมัน แล้วก็ช้าไปอีก อันนี้ตรงไปตรงมาเนอะ แต่มันก็จะแพงกว่าแบบต่อเครื่องนิดนึงเนอะ

หรือถ้าระยะทางไม่ไกลมากก็ขับรถเอา ไปกันหลายๆ คนขับรถไปด้วยกันสนุกดีนะ ถ้าเลือกได้ก็ใช้รถ hybrid ก็ประหยัดไปอีก


ข้อที่ 5. ไม่ใช้ของครั้งเดียวที่แจกบนเครื่องบิน (หูฟัง หรือ Amenity Kit)

จริงๆ อันนี้ก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมากอะนะ แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ทำกันคนละนิดๆ วิบๆ วับๆ จะทำให้โลกเราสดใสขึ้นนะ… เชื่อว่าคงเคยขึ้นเครื่องบินกันแล้วเค้าก็จะมีทีวีให้ดูใช่มั้ยย แเค้าก็จะแจกหูฟังให้ด้วยมันจะเป็นหูฟังแบบถูกๆ ต้องใส่ฟองน้ำที่หูเอง ของพวกนี้ใช้แล้วทิ้งนะครับเค้าไม่เอามารียูส… ต่อให้เอามารียูสก็ไม่ดีแล้ว เพราะคุณภาพมันก็จะห่วยๆ หน่อย…. ทีนี้คือทุกคนก็มีหูฟังอยู่แล้วใช่มะ หา adapter สำหรับบนเครื่องบินกันไว้อันนึงแล้วก็ใช้หูฟังตัวเอง ช่วยสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเสียงดีกว่าหูฟังห่วยๆ ที่แจกบนเครื่องบิน แน่ๆ ครับ

แล้วก็ amenity kit ที่เค้าแจกบนเครื่อง พวกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่อุดหู ถุงเท้า ไรงี้นะ โดยเฉพาะพวก BC/FC เนี่ยแจกเยอะแล้วยังเป็นของแบรนด์เนมอีกด้วย บางคนก็จะเอามาสะสมกัน ของข้างในไม่ค่อยได้ใช้หรอก ถึงบ้านมาก็โยนๆ ไว้ในตู้ (ผมก็เป็นเหมือนกัน ว่าแค่คนอื่น ถถถถ) ไม่ได้ใช้ วันดีคืนดีรื้อตู้ก็ขนของพวกนี้ไปทิ้งบ้าง บริจาคบ้าง… เลิกเถอะ บอกเค้าไปเลยว่าไม่เอา… ยืดอกพกมาเองนะครับ… อ่อ พกไปใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไปด้วยนะของพวกนี้อะ อย่าลืมเอาเสื้อผ้าเผื่อเปลี่ยนไปสักชุดสองชุด เผื่อกระเป๋าโหลดหายจะได้มีใช้ เดี๋ยวจะหาว่าพี่ไม่เตือน 555


ข้อที่ 6. ใช้บริการที่พักท้องถิ่น เช่น Homestay หรือ AirBNB

ข้อนี้น่าจะไม่ยากสำหรับเราๆ คือเวลาไปเที่ยวเนี่ยให้เลือกพักกับคนท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด ทางเลือกมีเยอะมากเช่นจองที่พักแบบ homestay แบบนี้เราก็จะได้ใกล้ชิดกับคนท้องถิ่นมากขึ้น ได้พูดคุย ได้เรียนรู้วิถีชีวิต อยากรู้อะไรเกี่ยวกับอาหารสถานที่ท่องเที่ยวแบบที่คนท้องถิ่นเค้ากินกันทำกันเนี่ยถามได้เลยจะได้ข้อมูลแบบตรงที่สุดแล้ว ได้ใช้ชีวิตแบบเค้าเลย ทำให้การท่องเที่ยวของเรานั้นเป็นการเรียนรู้ไปด้วยครับ ชีวิตเรียนรู้ไม่สิ้นสุด หรือการนอนแบบ AirBnb ก็จะช่วยประหยัดทรัพยากรและยังเป็นการอุดหนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย

คำแนะนำอีกอันคือไม่ย้ายที่นอนบ่อยๆ อยู่ที่ๆ นึงให้นานขึ้นเราได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนแถวนั้นอย่างแท้ทรู แล้วการย้ายบ่อยๆ ก็เหนื่อย ต้องลากกระเป๋า ต้องขึ้นรถไฟ ขึ้นเครื่องบินอีก เปลือง CO2 !!!


ข้อที่ 7. พกอุปกรณ์อาบน้ำไปเอง

ปกติตามโรงแรมต่างๆ เค้าก็จะมีอุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ ยาสระผม แปรงสีพัน ยาสีพันแบบอันเล็กๆ ใช้ครั้งเดียวทิ้งไว้ให้ พยายามไม่ใช้นะครับเพราะของพวกนี้เนี่ยมันจะมีแพคเกจจิ้ง อันเล็กๆ ใช้นิดเดียวก็ต้องทิ้ง โรงแรมไม่ค่อยเก็บเอามาใช้ใหม่หรอก… ยกเว้นโรงแรมที่เค้าจะรักษาสิ่งแวดล้อมจริงๆ ฉะนั้นก็เตรียมแบบพกพาไปเองเอาแบบที่เป็นขวดแบบเติมได้จะดีที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าเราจะแพ้ผลิตภัณฑ์ของโรงแรมด้วยครับ

ส่วนพวก ผ้าเช็ดตัวเนี่ย… เดี๋ยวนี้หลายๆ โรงแรมจะบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนให้ทิ้งไว้ที่พื้น แต่ถ้ามันไม่เปื้อนอะไรมากใช้ต่อได้ (ที่บ้านยังใช้เป็นอาทิตย์เลย ทำไมเวลาไปโรงแรมต้องเปลี่ยนทุกวัน 55555???) ก็แขวนไว้ครับ เค้าจะได้ไม่ต้องซักเปลี่ยนให้เรา หรือจะติดป้ายไม่ต้องทำความสะอาดห้องไว้ก็ได้ เค้าจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนต่างๆ ด้วยครับ


ข้อที่ 8. กระจายรายได้ให้กับร้านค้าท้องถิ่น

เชื่อมั้ยว่าเงินจากการท่องเที่ยวเนี่ยกว่า 90% แทบจะไม่ได้เข้าท้องถิ่นหรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ เลยนะ เงินพวกนี้จะไหลไปบริษัทใหญ่ๆ มากกว่าครับ… ไหนๆ ก็มาเที่ยวแล้วช่วยกันกระจายรายได้ให้ชุมชนที่เรามาเที่ยวเหอะ

มีหลายวิธีมากๆ ในการกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นนะ ช่วยกันเหอะ เวลาไปเที่ยวทำงี้นะ

กินและซื้อของในร้านค้าท้องถิ่น ท่องไว้เลยนะครับ… ว่าจะกินข้าวในร้านอาหารวันละมื้อเท่านั้น มื้อที่เหลือใช้วิธีซื้อของคุณป้า คุณลุง คุณยาย ร้านค้าสหกรณ์ ตลาดข้างๆทาง เค้ามีของมาขายเยอะแยะ ซื้อพวกนี้แหละ อิ่ม อร่อย และได้อุดหนุน local ด้วยจ้า เดินทางก็ใช้บริการท้องถิ่น (เช่น ตุ๊กๆ งี้) แล้วก็พยายามกินของที่ผลิตจากวัตถุดิบท้องถิ่นมากที่สุด เช่นนนนนน ไปเชียงใหม่ไม่ต้องทะลึ่งกินกาแฟ Starbucks กินกาแฟวาวีไปนะ แล้วก็อย่าสั่งอาหารทะเลมากินล่ะ… อยู่เชียงใหม่จะกินกุ้ง กินปลาหมึกเพื่อ….. กินไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม กินอาหารเหนือสิจ๊ะ มีขายเยอะแยะ กุ้งเนี่ยเอาไว้กินเวลาไปทะเล วัตถุดิบพวกนี้จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลๆ การขนส่งมันผลิต CO2 เราจะได้ช่วยโลกขึ้นอีกนิดนึงครับ


ข้อที่ 9. เดิน ปั่นจักรยาน ไม่ใช้ Taxi

เนี่ยๆ พอเราถึงเมืองที่เราจะเที่ยวแล้ว ถ้าเดินได้ขอให้เดินเหอะ ชื่นชมเมืองไป ถ้าไกลอีกนิดก็เช่าจักรยานขี่ไป หรือถ้ามันไกลจริงๆ ก็ค่อยนั่งรถไฟใต้ดิน บนดิน นั่งรถเมลล์ไป พยายามอย่าเรียกแท็กซี่… แล้วบางเมืองถ้าเค้ามีพวก Uber Grab ไรงี้ก็ใช้บริการเค้าหน่อย แชร์รถกันไปนะครับ แบบนี้ก็จะลด CO2 ด้วย แล้วก็ประหยัดเงินเที่ยวอีกด้วย… เก็บเงินไว้กินอาหารดีๆ มื้อเย็นเป็นรางวัลให้ชีวิตเอานะ 5555


ข้อที่ 10. รักษาความสะอาดในทุกที่ ที่เราไป

ข้อนี้เป็นข้อสุดท้ายซึ่งคิดว่าพวกเราน่าจะทำกันได้อยู่แล้ว ไปไหนก็อย่าทิ้งขยะเรี่ยราด บางประเทศเช่นญี่ปุ่นเค้าไม่มีถังขยะนะ เก็บไว้กับตัวครับ ใส่เป้ไว้ กลับมาทิ้งที่โรงแรมเอา ส่วนประเทศอื่นๆ พยายามไม่สร้างขยะแล้วก็ทิ้งในถังขยะให้ถูกที่ ถ้ามีโอกาสนะลองหยิบถุงติดมือใบนึงแล้วก็ลองเดินเก็บขยะเล่นๆ บริเวณใกล้ๆที่พักก็ได้…