รู้หรือยัง Schengen Visa ขึ้นค่าธรรมเนียม? มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาเราต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมในการขอ Schengen Visa (เชงเก้นวีซ่า) เพิ่มขึ้นแล้วนะครับ (ปรับจาก 60€ เป็น 80€ สำหรับผู้ใหญ่ และจาก 35€ เป็น 40€ สำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี) การปรับค่าธรรมเนียมนี้เป็นการปรับขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ซึ่งประกาศล่วงหน้าโดย European Parliament and of the Council มาตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้แค่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าอย่างเดียว ยังมีการเปลี่ยนเงื่อนไขหรือกฎการขอวีซ่าให้ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

มาดูกันก่อนว่า Schengen Visa คืออะไร ครอบคลุมประเทศอะไรบ้าง

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ถือกำเนิดมาจากข้อตกลงระหว่างประเทศในทวีปยุโรปที่อนุญาตให้พลเมืองของประเทศสมาชิกสามารถเดินทางระหว่างกันได้โดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง ซึ่งรวมไปถึงการอนุญาตให้เดินทางเป็นการชั่วคราวให้กับผู้ที่ถือวีซ่าเชงเก้นด้วย ดังนั้นถ้าได้วีซ่าเชงเก้นและเดินทางเข้าประเทศใดแล้วก็สามารถเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ด้วยครับ

ประเทศที่อยู่ในกลุ่มเชงเก้นได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ค เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศษ เยอรมัน กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวะเกีย โซลวาเนีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และ สวิตเซอร์แลนด์

การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของ Schengen ที่ควรรู้

  • ปรับให้สามารถขอวีซ่าล่วงหน้าได้นานขึ้นจาก 3 เดือนเป็น 6 เดือน อันนี้ชอบครับจะได้วางแผนกันล่วงหน้าเลยเพราะเผื่อใกล้ๆ เดินทางแล้วมีทริปฉุกละหุกต้องเดินทางต่างประเทศจะได้มีพาสปอร์ตใช้
  • สามารถขอวีซ่าแบบ multiple-entry visa ได้ยาวถึง 5 ปี สำหรับผู้ที่มีประวัติการเดินทางที่ดี ซึ่งเค้าแบ่งเป็น 3 ประเภท ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้เค้าก็ยังดูเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบด้วยนะครับ เช่น ฐานะทางการเงิน เป็นต้น….
    • 1 ปี (แต่ละครั้งอยู่ได้ไม่เกิน 90 วันภายในช่วงเวลาที่วีซ่ามีผลอยู่) สำหรับผู้ที่เคยได้และใช้ Schengen Visa 3 ครั้งภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
    • 3 ปี (อยู่ได้ไม่เกิน 90 วันภายในช่วงเวลา 180 วัน) สำหรับผู้ที่เคยได้ multiple visa ประเภท 1 ปี ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
    • 5 ปี (อยู่ได้ไม่เกิน 90 วันภายในช่วงเวลา 180 วัน) สำหรับผู้ที่เคยได้ multiple visa ประเภท 2 ปี ภายใน 3 ปีที่ผ่านมา
  • สามารถยื่นขอวีซ่าแบบออนไลน์ได้ อันนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะทยอยปรับเปลี่ยนกันไปนะครับ ทั้งนี้หากประเทศไทยการประกาศให้ยื่นเอกสารขอวีซ่าทาง electronic เมื่อใหร่ ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ

จะเห็นว่าเค้าไม่ได้แค่ปรับค่าธรรมเนียมอย่างเดียว ยังมีข้อกำหนดที่ชัดเจนขึ้นในการให้วีซ่ายาวๆ กับเราด้วย จากที่เมื่อก่อนไม่มีข้อกำหนดใดๆ ขึ้นอยู่กับสถานฑูตอย่างเดียว ตอนนี้ชัดเจนขึ้นแล้วครับ แต่อย่างไรก็ตามการให้วีซ่าก็ยังขึ้นอยู่กับสถานฑูตอยู่ดี ดังนั้นการเตรียมพร้อมในเรื่องเอกสารต่างๆ ก็ยังมีความสำคัญครับ (ปล. ที่ผ่านๆ มีบางประเทศที่ให้วีซ่ายาวๆ ง่ายกว่าประเทศอื่นๆ เช่น เนเธอร์แลนด์ คนก็จะเลือกไปขอที่นี่เยอะ ตอนนี้คงต้องรอดูว่าแต่ละสถานฑูตจะมีการปรับตัวอย่างไรบ้างครับ) ดังนั้นผมขอสรุปเอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า Schengen ไว้คร่าวๆ ดังนี้ครับ

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า Schengen

  • แบบฟอร์ม Schengen Visa Application ที่กรอกเรียบร้อยแล้ว (ดาวน์โหลดจากเวปไซต์ของสถานฑูตที่ขอวีซ่าได้)
  • หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือขั้นต่ำ 3 เดือนในวันที่เดินทางออกจากกลุ่มประเทศเชงเก้น และมีหน้าว่างเหลืออย่างน้อย 2 หน้า ถ้ามีเล่มเก่าๆ ที่มีวีซ่าประเทศอื่นๆ ก็สามารถนำไปแนบประกอบการพิจารณาด้วยได้ครับ
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ หน้าตรง ไม่มีเส้นผมหรืออะไรปกปิดใบหน้า ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (เช็คเงื่อนไขรูปถ่ายของสถานฑูตโดยละเอียด เพราะบางประเทศจะมีรายละเอียดเฉพาะตัวอยู่ครับ)
  • เอกสารแสดงตัวตน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทำเบียนสมรถ ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ เป็นต้น พร้อมสำเนาครับ
  • ตั๋วเครื่องบิน เข้าและออกจากประเทศในกลุ่มเชงเก้นตามเงื่อนไขการขอวีซ่า
  • ใบยืนยันการจองโรงแรม เดี๋ยวนี้สามารถจองโรงแรมผ่านหลายๆเวปไซต์โดยยังไม่ต้องจ่ายเงินและสามารถยกเลิกได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ เช่น booking.com hotels.com เป็นต้น เราสามารถจองผ่านช่องทางเหล่านี้และใช้ยื่นขอวีซ่าได้ครับ
  • ประกันการเดินทาง ที่มีวงเงินตั้งแต่ 30,000€ ขึ้นไปและครอบคลุมช่วงเวลาการเดินทางของเรา และแนะนำว่าเลือกประกันที่คืนเงินได้ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่านครับ (ปล.เช็คก่อนซื้อประกันนะครับว่าสามารถใช้ขอวีซ่าเชงเก้นได้หรือไม่) … แถมให้อีกนิดบัตรเครดิตระดับสูงบางใบสามารถใช้ประกันที่แถมมาในการขอวีซ่าเชงเก้นได้เลย เช่นบัตร AMEX Platinum เป็นต้นครับ

เอกสารเพิ่มเติม กรณีมีรายได้เป็นของตนเอง

  • เอกสารรับรองการทำงาน
    • กรณีเป็นพนักงาน: เอกสารระบุ ชื่อองค์กรที่ทำงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันเริ่มงาน และระบุจุดหมายปลายทาง จำนวนวันที่บริษัทอนุมัติให้คุณลาได้จะต้องต้องครอบคลุมวันที่คุณเดินทางไปและกลับ เป็นภาษาอังกฤษนะครับ
    • กรณีเป็นเจ้าของกิจการ: ต้องใช้สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นภาษาอังกฤษ ที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน และมีชื่อของคุณเป็นเจ้าของกิจการ
    • กรณีของคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ต้องทำหนังสือชี้แจงรายได้ในชีวิตประจำวัน และรายได้ส่วนต่างๆ จากแหล่งอื่นว่ามาจากที่ไหนบ้าง เป็นภาษาอังกฤษ
  • รายการเดินบัญชีเงินฝาก – สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่น่าเชื่อถือที่สุดที่ปรับรายการเดินบัญชีถึงปัจจุบันถึงย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (แนะนำว่าควรแสดงเงินฝากเกิน 50,000 บาทขึ้นไป) สามารถถ่ายเอกสารได้เอง หรือขอ Statement จากธนาคาร หรือขอเอกสารรับรองสถานะทางการเงินเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ กรณีที่ขอ statement หรือเอกสารรับรองสถานะทางการเงินอาจจะมีค่าธรรมเนี่ยมที่ต้องจ่ายให้ธนาคาร 100-200 บาท แล้วแต่ธนาคารครับ
  • สลิปเงินเดือน – กรณีมีรายได้ประจำ ใช้สลิปย้อนหลัง 6 เดือน โดยจะต้องสอดคล้องกับ statement ด้วย

เอกสารเพิ่มเติม กรณีไม่มีรายได้เป็นของตนเอง

  • เอกสารแสดงรายได้ของคู่สมรส – ต้องมีสำเนาเอกสารแสดงตัวของคู่สมรสแนบมาด้วยหากคู่สมรสไม่ได้เดินทางไปด้วย หรือถ้าไม่ได้จดทะเบียน ต้องมีหนังสือยืนยันการสมรสโดยไม่ได้จดทะเบียนและลงชื่อรับรองทั้ง 2 ฝ่าย
  • จดหมายยินยอมโดยผู้ปกครอง – กรณีผู้เดินทางอายุไม่เกิน 20 ปีและไม่ได้เดินทางพร้อมบิดามารดาร่วมกัน ต้องมีจดหมายยินยอมที่ออกโดยที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
  • เอกสารรับรองการศึกษา – กรณีเป็นนักเรียน/นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษาที่สังกัดอยู่เป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับจากสถาบันการศึกษาด้วย

เอกสารอื่นๆ

  • แผนการเดินทาง – ระบุว่าแต่ละวันจะเดินทางไปเมืองอะไร เที่ยวที่ไหน ที่พักและการเดินทางต่าง เป็นภาษาอังกฤษ
  • สัญญาเช่า/สัญญากู้บ้าน/ผ่อนรถ – เป็นเอกสารประกอบให้สถานทูตมั่นเชื่อมั่นว่าคุณจะกลับมาเมืองไทยอย่างแน่นอนครับ

สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาด

  • การขอวีซ่าเชงเก้นจะต้องขอกับประเทศที่เราอยู่นานที่สุด สำหรับทริปนั้นๆ ไม่ว่าเราจะบินเข้ากลุ่มประเทศเชงเก้นผ่านประเทศไหน…. เช่น เราจะไป อิตาลี 3 วัน สวิตเซอร์แลนด์ 5 วัน และเยอรมัน 2 วัน เราก็ต้องขอวีซ๋าผ่านสถานฑูตสวิตเซอร์แลนด์ครับ ถึงแม้ว่าเราจะบินเข้าอิตาลีเป็นประเทศแรกก็ตาม
  • และหากเราอยู่ในแต่ละประเทศเท่าๆกัน ให้เราขอวีซ่าเชงเก้นกับประเทศแรกที่เดินทางไปถึงครับ

คำเตือน : การขอวีซ่าเชงเก้นควรยึดหลัก 2 ข้อนี้อย่างเคร่งครัดครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกกักตัวและส่งกลับประเทศได้ ขอเตือนนน!!

อ้อ อย่างที่บอกไปในตอนก่อนหน้านี้เรื่อง Citi Prestige ถ้าใครขอวีซ่า Schengen ผ่านประเทศอิตาลี สามารถขอวีซ่าง่ายๆ โดยไม่ต้องนัดล่วงหน้า แค่แสดงหนังสือเดินทาง, บัตร Citi Prestige, ประกันการเดินทาง และเอกสารที่แสดงว่าจะเดินทางไปประเทศอิตาลี (ตั๋วเครื่องบิน/โรงแรม) ถือมาแค่นี้ขอวีซ่าได้เลย ไม่ต้องรอคิวแค่โชว์บัตร Prestige มีห้องรับรองพิเศษให้นั่งรอชิลๆ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรอกเอกสารใบสมัครวีซ่าเชงเก้นให้ด้วย แค่จ่ายค่าบริการพิเศษนี้ 1,500 บาท ไฮโซแค่ไหนเรียกไฮโซ 5555+

เป็นอย่างไรบ้างครับกับสรุปการเปลี่ยนแปลงของวีซ่า Schengen ล่าสุด… วันนี้ผมขอลาไปก่อนด้วยภาพสวยๆ จากกลุ่มประเทศเชงเก้นนะครับ 🙂

Leave a comment